Breaking News
Home / ข่าวประกาศ / ข่าวกิจกรรม / บวชควายจ่าในงานประเพณีบั้งไฟในเขตพื้นที่อำเภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด

บวชควายจ่าในงานประเพณีบั้งไฟในเขตพื้นที่อำเภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด

“การผลิตสื่อสร้างสรรค์เพื่อเผยแพร่ประเพณีการเล่นในพิธีกรรมท้องถิ่น กรณีบวชควายจ่าในงานประเพณีบั้งไฟในเขตพื้นที่อำเภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด”
โครงการหนึ่งทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมแบบมุ่งเป้า มมส 2559  ณ บ้านเขือง อำเภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด ในวันที่ 23 พฤษภาคม 2559

“โอมปัดโอมป่าย โอมป่ายโอมปัด ปัดทั่งแม่นอนเว็นพามาบังหน่า กูจะปัดทั่งแม่ผีบ้าพามาบังหลัง กูจักปัดเสียมื่อนี่วันนี่ โอมตึงตัง กองหน่วยนี่ดังปานเสียงฟ้าฮ้อง ก้องปานแผ่นดินไหว เสียงดังไกลยาวโยชน์ เสียงกริ้วโกรธโกธา ฮ่วนฮ่วนฟ้าฮอดหลี่ผี….”
เสียงสาธิตคำบูชากลองของเฒ่าจ้ำ บ้านแมด อำเภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด ฟังแล้วคล้ายโศลกโบราณที่ยังคงความขรึมขลังรอผู้เดินทางไปค้นหาความหมายและความงามของประเพณีบวชควายจ่า
ประเพณีบวชควายจ่า (ควายฮ้า ควายผิว ควายหลวง) เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนานภายในชุมชนบ้านเขือง บ้านแมด บ้านหวายหลึม บ้านหมูม้น เขตอำเภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่เดียวในประเทศที่มีประเพณีการละเล่นนี้และยังคงอนุรักษ์สืบสานมาจนถึงปัจจุบัน ว่ากันว่าเป็นประเพณีที่จัดขึ้นเพื่อถวายเจ้าปู่ (ปู่เผ้าเจ้าโฮงแดง) ที่ชาวบ้านนับถือ เทวดาอารักษ์ ผีฟ้า ผีแถน ผู้บันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล อีกทั้งเพื่อการเกษตรกรรม การทำไร่ทำนา และคุ้มครองชาวบ้านคนในชุมชนให้มีความอยู่ดีกินดี ทั้งยังเป็นการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม และการได้กลับมาตุ้มมาโฮมกันของบรรดาเครือญาติในวันงานอีกด้วย
ภายในชุมชน ก่อนถึงวันบวชควายจ่านั้น จะมีช่วงเวลาที่เรียกว่า “มื้อออกเล่น” จะมีการส่งข่าวด้วยขบวนควายรอง เห่ขบวนไปยังหมู่บ้านต่างๆ เป็นการส่งข่าวงานบุญบั้งไฟที่กำลังจะมาถึง ซึ่งบุคลลที่จะเป็นควายจ่าตัวจริงและตัวรอง ต้องเป็นผู้ที่สืบเชื้อสายมาจากตระกูลมาจากควายจ่าแต่เดิม นอกเสียจากจะขาดผู้สืบชื้อสายก็จะมีพิธีการเสี่ยงควายจ่าตัวใหม่ โดยผู้ที่ทำหน้าที่เป็นควายจ่าจะทาตัวสีดำด้วยเขม่าก้นหม้อ (โบราณทาด้วยครามหม้อนิล) สวมหรือผูกด้วยเขาสี่ง่ามที่ศีรษะ คล้องตัวด้วยกระพรวนขนาดใหญ่หลายลูก ภายในขบวนประกอบไปด้วยผู้ร่วมมากมาย เช่น ควายจ่าตัวรอง เจ้าของควาย คนเลี้ยงควาย นางหว่า มีกลุ่มผู้ถืออาวุธต่างๆ ทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยให้กับขบวนควาย มีการประโคมจังหวะด้วยเครื่องดนตรี อาทิ กลองเลง ฉาบ ฆ้อง พังฮาด ฯลฯ
เมื่อขบวนควายจ่าไปถึงหน้าบ้านหลังใด จะมีผู้คนนำปัจจัยหลายๆ อย่าง อาทิ เงิน เหล้า น้ำอัดลม ซึ่งสิ่งของต่างๆ เหล่านี้ ชุมชนจะเรียกว่า “หญ้า” โดยเงินหรือหญ้าจะใส่ไว้ให้ควายจ่าตัวรองคาบด้วยปาก ส่วนสิ่งของที่หนักกว่า อาจจะใส่ไว้ให้เจ้าของควายหรือนางหว้าที่แต่งตัวเป็นหญิงกางร่มและแบกคอนตะกร้า
นอกจากขบวนควายจ่าที่เรียกว่า “ควายหลวง” แล้ว ยังมีขบวนควายที่นิยมแห่ไปตามหมู่บ้านต่างๆ เพื่อเล่นขบวนควาย แต่คนภายในชุมชนจะรับรู้ร่วมกันว่า กลุ่มหรือขบวนนี้ไม่ใช่ควายหลวง แต่ก็ให้ปัจจัยเหมือนกัน เพราะถือว่า นี่เป็นประเพณีที่ละเล่นสืบต่อกันมาเพียงปีละหนช่วงเทศกาลบุญบั้งไฟ หรือบุญเดือนหกเท่านั้น
นี่คือพิธีกรรม ประเพณี วัฒนธรรมที่ผูกสัมพันธ์ของคนในชุมชนให้มีความรักความสามัคคี สร้างขวัญกำลังใจก่อนจะเข้าสู่ฤดูการเพาะปลูก ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมให้มีการเดินทางของชุมชนรอบข้างให้มีการรับรู้วิถีประเพณี สร้างความเข้มแข็งในหลายๆ เรื่องตามมา ในฐานะคนที่เดินทางเข้าไปเก็บเกี่ยวและเรียนรู้วิถีทางวัฒนธรรมนั้น ได้แต่หวังว่า ท่ามกลางวิถีการเดินทางของวัฒนธรรม เสน่ห์ของความเรียบง่ายจะไม่ถูกปรุงแต่งจนบิดเบือนจากรากเหง้าของวัฒนธรรมอันเก่าแก่จนเกินงาม

กำหนดการ : 

ดาวน์โหลดเอกสารนี้ (PDF, 82KB)

 

Check Also

ต้อนรับคณะกรรมการตรวจประเมินประกันคุณภาพการศึกษา

ต้อนรับคณะกรรมการตรวจประเมินประกันคุณภาพการศึกษา

เมื่อวันที่ 14 …